Thai Tax Law THAI TAX LAW

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ และการหักกลบลบหนี้

มาตรา 41, มาตรา 50, มาตรา 65, มาตรา 65 ทวิ (5), มาตรา 77/2 กค0811-09883 2020-12-30

คำถาม

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคลังบรรจุเคมีภัณฑ์ และคลังน้ำมัน คนงานส่วนใหญ่ เป็นช่างฝีมือ เช่น ช่างเชื่อม ช่างประกอบ เป็นต้น ได้ติดต่อบริษัทในประเทศสิงคโปร์แห่งหนึ่ง ที่มี ความต้องการแรงงานฝีมือ ประมาณ 30-50 คน เพื่อจัดส่งแรงงานออกไปทำงานชั่วคราว ประมาณ 6-9 เดือน โดยมีข้อตกลงกับทางบริษัทในสิงคโปร์ว่า บริษัทฯ จะรับผิดชอบจ่ายเงินเดือนและ ค่าล่วงเวลาให้แก่คนงานแต่ละคน โดยการจ่ายเข้าบัญชีเงินเดือนของคนงานแต่ละคนในประเทศไทย ตามบัตรลงเวลาทำงานที่ทางสิงคโปร์ จะส่งมาให้ทางไปรษณีย์และทำเบิกไปทางสิงคโปร์เป็นเดือน ๆ ในอัตราที่ได้ตกลงกันตามสัญญาจัดหาคนงาน ซึ่งจำนวนนี้ได้รวมต้นทุนค่าแรงของคนงาน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ ขอทราบว่า 1. สัญญาจัดหาคนงานดังกล่าวไม่ได้ระบุจำนวนเงิน จำนวนคนงาน และระยะเวลาที่ แน่นอน เพียงแต่กำหนดอัตราค่าแรงต่อชั่วโมงของแต่ละตำแหน่งที่จะใช้ในการเรียกเก็บเงินกับทางบริษัท ในสิงค์โปร์ การเซ็นสัญญาดังกล่าวใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์ สัญญาดังกล่าวนี้ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่ และ รายรับที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากบริษัทในประเทศสิงคโปร์แต่ละเดือนไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจาก เป็นการให้บริการนอกประเทศใช่หรือไม่ 2. รายรับที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากบริษัทในประเทศสิงคโปร์ นั้นเป็นเงินตราต่างประเทศ และมีข้อตกลงว่าทุกครั้งของการชำระเงิน บริษัทในสิงคโปร์จะหักไว้ 40-60% เพื่อหักกลบลบหนี้ค่า เครื่องจักรที่บริษัทฯ ติดค้างไว้ตั้งแต่ปี 2538 และโอนส่วนที่เหลือมาให้ จึงขอหารือว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่ บริษัทฯ จะใช้ในการบันทึกการชำระหนี้นั้นต้องเป็นอัตราเดียวกับอัตราที่บริษัทฯ ได้รับชำระเงินมา ใช่หรือไม่ 3. บริษัทฯ จะต้องคำนวณกำไรสุทธิสำหรับงานรับเหมาค่าแรง โดยบันทึกยอดเงินที่เบิก จากบริษัทต่างประเทศเป็นรายรับและบันทึกค่าแรง ค่าล่วงเวลาที่จ่ายเข้าบัญชีเงินเดือนคนงาน รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในการสื่อสารอื่น ๆ เป็นต้นทุน เพื่อคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปี ถูกต้องหรือไม่ 4. บริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย คนงานตามยอดค่าแรงและค่าล่วงเวลาที่ บริษัทฯ จ่ายเข้าบัญชีและนำส่งกรมสรรพากรทุกเดือนตามปกติใช่หรือไม่

คำตอบ

1. กรณีตาม 1. เป็นสัญญารับเหมาจัดหาคนงานไปทำงานในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะเรียกเก็บค่าแรงคนงานตามอัตราที่ตกลงกันในสัญญาจัดหาคนงาน เข้าลักษณะเป็นสัญญารับจ้างทำของ ต้องเสียอากรแสตมป์ตามลักษณะแห่งตราสาร 4. ของบัญชีอัตราอากรแสตมป์ แต่ถ้าสัญญารับจ้างดังกล่าว กระทำขึ้นในต่างประเทศ และการปฏิบัติงานของคนงานมิได้ทำในประเทศไทย จะไม่ต้องเสีย อากรแสตมป์แต่อย่างใด สำหรับค่าจ้างที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากบริษัทในประเทศสิงคโปร์ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ใช่เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่ง ประมวลรัษฎากร 2. กรณีตาม 2. บริษัทฯ ได้รับชำระหนี้จากบริษัทในประเทศสิงคโปร์เป็นเงินตรา ต่างประเทศ บริษัทฯ จะต้องคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่รับชำระหนี้ โดย ต้องคำนวณจากค่าบริการทั้งจำนวนจะหักกลบลบหนี้ค่าเครื่องจักรที่บริษัทฯ ติดค้างบริษัทในประเทศ สิงคโปร์ก่อนไม่ได้ ทั้งนี้ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร กรณีบริษัทฯ ชำระหนี้ค่าเครื่องจักรให้บริษัทในประเทศสิงคโปร์เป็นเงินตราต่างประเทศ บริษัทฯ จะต้องคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาด ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรเช่นเดียวกัน สำหรับกรณีที่บริษัทฯ มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเงินตราต่างประเทศ บริษัทฯ จะต้องคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ ธนาคารพาณิชย์ขาย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ ทั้งนี้ตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) แห่ง ประมวลรัษฎากร ผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีสิทธินำมาถือเป็น รายได้หรือรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว ได้ทั้งจำนวน 3. กรณีตาม 3. บริษัทฯ ต้องนำรายได้และรายจ่ายจากการรับเหมาแรงงานดังกล่าวมา คำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร 4. กรณีตาม 4. คนงานดังกล่าวมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร