Thai Tax Law THAI TAX LAW

ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีกิจการได้รับการส่งเสริมการลงทุน

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 กค0811กม-1031 2020-12-30

คำถาม

บริษัท ก. จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตสายพานลำเลียง (CHAIN ONVEYOR SYSTEM)ประเภทการผลิตเครื่องจักรหรืออุปกรณ์สำหรับงานอุตสาหกรรม บริษัทฯ ได้รับสิทธิ ประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีกำหนดระยะเวลา 7 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการนั้น "ระบบสายพานลำเลียง" เป็นระบบการขนส่งเคลื่อนย้ายวัสดุที่ใช้ในโรงงาน อุตสาหกรรมโดยที่ระบบสายพานจะช่วยผ่อนแรงในการขนย้ายชิ้นงานไปผ่านกระบวนการผลิตในแต่ละ ขั้นตอน จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงสายการผลิตตลอดจนการจัดวางเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตทั้งหมดด้วย ขั้นตอนการผลิตสายพานลำเลียงก่อนจะออกมาเป็นตัวสินค้าตามความต้องการของลูกค้าจะต้องศึกษาระบบ การผลิตของโรงงานลูกค้า ระบบการทำงานของเครื่องจักรอื่น ๆ ในระบบการผลิต หลังจากนั้นจึงทำ การออกแบบระบบสายพานลำเลียงแล้วผลิตเป็นสินค้าส่งให้กับลูกค้าพร้อมติดตั้งให้ด้วย มีปัญหาว่า 1. กรณีบริษัทฯ ขายสายพานลำเลียงพร้อมให้บริการติดตั้งโดยคิดราคาสินค้าและ ค่าบริการติดตั้งรวมกันถือเป็นการขายสินค้า เมื่อผู้ซื้อ (ลูกค้า) ชำระค่าสินค้าที่บริษัทฯ เรียกเก็บ ผู้ซื้อมี หน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรือไม่ 2. กรณีที่บริษัทฯ ได้ทำสัญญาประกันสินค้าในความเสียหายของอุปกรณ์หรืออะไหล่ เมื่อ หมดสัญญาประกันดังกล่าวแล้ว 2.1 บริษัทฯ ได้ทำการซ่อมแซม บำรุงรักษา โดยแยกเป็นค่าอะไหล่และค่าแรง เมื่อผู้ซื้อ (ลูกค้า) ชำระเงิน ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ 2.2 บริษัทฯ ได้ทำการซ่อมแซม บำรุงรักษา โดยรวมค่าอะไหล่และค่าแรง เมื่อ ผู้ซื้อ (ลูกค้า) ชำระเงิน ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ 3. กรณีตาม 2. การซ่อมแซมและขายอะไหล่ (เป็นกิจการที่บริษัทฯ ไม่ได้รับการ ส่งเสริมการลงทุน) ถือว่าเป็นการรับจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้จะแยกเป็นค่าอะไหล่และค่าแรงก็ตามถือเป็นการให้บริการ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดจากการให้บริการ ซึ่ง รวมค่าอะไหล่ด้วยมารวมคำนวณเป็นฐานภาษีสำหรับการให้บริการ ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร และผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 19/2530 ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

คำตอบ

1. กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิต สายพานลำเลียงจำหน่าย แต่บริษัทฯ ได้ให้บริการติดตั้งสายพานลำเลียงเข้ากับเครื่องจักรอื่นในระบบ การผลิตของลูกค้าด้วย ดังนั้น บริษัทฯ จะมีภาระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ดังนี้ 1.1 กรณีการขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้ง บริษัทฯ จะต้องคำนวณกำไรสุทธิและ ขาดทุนสุทธิของกิจการผลิตสายพานลำเลียง ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลกับบริการติดตั้งสายพาน ลำเลียง ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องแยกราคา สินค้าและค่าบริการออกต่างหากจากกันเสมอ ส่วนของราคาสินค้าที่แยกถือเป็นการขายสินค้าสำหรับส่วน ของค่าบริการที่แยกถือเป็นการให้บริการรับจ้างทำของ 1.2 กรณีการขายสินค้าไม่ว่าผู้รับเงินได้จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือไม่ ผู้จ่าย เงินได้ค่าสินค้าไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 สำหรับการให้บริการรับจ้างติดตั้งสายพานลำเลียงเป็นกิจการที่บริษัทฯ ไม่ได้รับการ ส่งเสริมการลงทุน ผู้จ่ายเงินได้จึงต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าบริการ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 2. กรณีตาม 2. การซ่อมแซมและขายอะไหล่ (เป็นกิจการที่บริษัทฯ ไม่ได้รับการส่งเสริม การลงทุน) ถือว่าเป็นการรับจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้จะ แยกเป็นค่าอะไหล่และค่าแรงก็ตามถือเป็นการให้บริการ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดจากการให้บริการ ซึ่งรวม ค่าอะไหล่ด้วยมารวมคำนวณเป็นฐานภาษีสำหรับการให้บริการ ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร และผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 19/2530 ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530