ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการจัดประชุมวิชาการ
คำถาม
สมาคมฯ มีรายได้หลักจากการจัดประชุมวิชาการประจำปี ปีละหนึ่งครั้ง โดยมีรายได้จาก
1. เงินค่าลงทะเบียนจากผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นบุคคลภายนอก
2. เงินค่าที่พัก (กรณีที่จัดประชุมต่างจังหวัด) โดยบริษัทซึ่งเป็นผู้สนับสนุนจะแจ้งความประสงค์ที่จะจ่ายแทนให้กับสมาชิกที่เป็นแพทย์ โดยสมาคมฯ จะออกใบเสร็จรับเงินในชื่อของบริษัทผู้สนับสนุน
3. รายรับค่าเช่าพื้นที่เพื่อแสดงสินค้า(บูธ)ที่ได้รับจากบริษัทยา โดยการออกบูธมีลักษณะเป็นการประชาสัมพันธ์หรือแนะนำผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมฯ และสมาคมฯ ไม่มีข้อตกลงหรือสัญญาใดๆกับบริษัทผู้สนับสนุนแต่อย่างใด
สมาคมฯ จึงขอทราบว่า สมาคมฯ จะต้องนำรายได้จากการจัดประชุมดังกล่าว มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
คำตอบ
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากรายได้จากเงินค่าลงทะเบียนฯ เงินค่าที่พักและรายรับค่าเช่า พื้นที่เพื่อแสดงสินค้า(บูธ) เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น สมาคมฯ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ต้องนำรายได้ทั้งสามรายการดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 2 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดๆ ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลด อัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 250) พ.ศ. 2535
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสมาคมฯ จัดประชุมวิชาการทุกปี หากมิใช่เป็นการให้บริการวิจัย หรือให้บริการทางวิชาการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 12) เรื่อง กำหนดสาขาและลักษณะการประกอบกิจการ การให้บริการวิจัยหรือการให้บริการทางวิชาการตามมาตรา 81 (1) (ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 รายได้จากการประชุมดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในทางธุรกิจและวิชาชีพ ซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/1(10) มาตรา 77/2 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร