ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิม
คำถาม
1.นางสาว ช. ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค.10) ปีภาษี 2553 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2554 ขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จำนวน 18,035 บาท จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิม และซื้ออสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยนางสาว ช. ได้ซื้อห้องชุดในอาคารชุดเลขที่ ... (ได้เปลี่ยนหมายเลขประจำบ้านเป็น ...) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2549 โดยเป็นการกู้ร่วมกับนาย ธ. เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย และนางสาว ช. ได้ย้ายชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2553 ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 นางสาว ช. และนาย ธ. ได้ร่วมกันซื้อที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ เลขที่ ...โดยนางสาว ช. ได้ย้ายชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้านแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2553
2.วันที่ 8 ธันวาคม 2553 นางสาว ช.ได้จดทะเบียนสมรสกับนาย ธ.โดยระบุว่าก่อนจดทะเบียนสมรสทั้งสองฝ่ายได้อยู่กินกันมาก่อนแล้วเป็นเวลา 5 ปี ยังไม่มีบุตร ไม่ประสงค์ให้มีการบันทึกเกี่ยวกับทรัพย์สิน และในวันดังกล่าว นางสาว ช. และนาย ธ. ได้ร่วมกันขายห้องชุดในอาคารชุด เลขที่ ... (ได้เปลี่ยนหมายเลขประจำบ้านเป็น ...) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิม
2.วันที่ 8 ธันวาคม 2553 นางสาว ช.ได้จดทะเบียนสมรสกับนาย ธ.โดยระบุว่าก่อนจดทะเบียนสมรสทั้งสองฝ่ายได้อยู่กินกันมาก่อนแล้วเป็นเวลา 5 ปี ยังไม่มีบุตร ไม่ประสงค์ให้มีการบันทึกเกี่ยวกับทรัพย์สิน และในวันดังกล่าว นางสาว ช. และนาย ธ. ได้ร่วมกันขายห้องชุดในอาคารชุด เลขที่ ... (ได้เปลี่ยนหมายเลขประจำบ้านเป็น ...) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิม
คำตอบ
1.กรณีนางสาว ช. และนาย ธ. ได้ร่วมกันซื้อห้องชุดในอาคารชุดเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยก่อนสมรส ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2553 นางสาว ช. และนาย ธ. ได้จดทะเบียนสมรสกัน และได้ร่วมกันขายห้องชุดในอาคารดังกล่าว ห้องชุดในอาคารชุดเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรสอันเป็นสินส่วนตัว เงินได้จากการขายห้องชุดในอาคารชุดยังคงเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย และสินส่วนตัวของฝ่ายใดให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการ ตามมาตรา 1471 ถึงมาตรา 1473 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำหรับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาก่อนปีภาษี 2555 นั้น ถ้าสามีภริยาอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ให้ถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษี ตามมาตรา 57 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่กรณีดังกล่าวความเป็นสามีภริยาไม่ได้มีอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี 2553 นางสาว ช. จึงต้องนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของตนมายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามตนเอง และไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้ของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
2.เมื่อนางสาว ช. และนาย ธ. ได้ขายห้องชุดในอาคารชุดที่เป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิม โดยนางสาว ช. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว และได้ร่วมกันซื้อห้องชุดในอาคารชุดแห่งใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยนางสาว ช. ได้โอนชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้านเป็นเจ้าบ้านเพียงฝ่ายเดียวนางสาว ช. จึงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์แห่งเดิมเฉพาะส่วนของตน เท่ากับจำนวนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว แต่ไม่เกินจำนวนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ ทั้งนี้ ให้ถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(62) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ และข้อ 1(1)(3) และ (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 125)ฯ ลงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2546
2.เมื่อนางสาว ช. และนาย ธ. ได้ขายห้องชุดในอาคารชุดที่เป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิม โดยนางสาว ช. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว และได้ร่วมกันซื้อห้องชุดในอาคารชุดแห่งใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยนางสาว ช. ได้โอนชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้านเป็นเจ้าบ้านเพียงฝ่ายเดียวนางสาว ช. จึงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์แห่งเดิมเฉพาะส่วนของตน เท่ากับจำนวนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว แต่ไม่เกินจำนวนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ ทั้งนี้ ให้ถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(62) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ และข้อ 1(1)(3) และ (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 125)ฯ ลงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2546