ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549
คำถาม
บริษัทฯ มีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม มีความประสงค์จะขอทราบเกี่ยวกับ การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549 กรณีเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ลงทุนในทรัพย์สิน ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน โดยทรัพย์สินนั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามประสงค์ภายในห้ารอบระยะเวลาบัญชีนับแต่เริ่มโครงการ และโครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2549 เป็นต้นไปแล้ว จำนวน 3 โครงการดังนี้
1. กรณีโครงการที่ได้รับอนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2550 มีการจ่ายเงินเพื่อลงทุนในทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2550 - ปี 2553 และทรัพย์สินพร้อมใช้งานในปี 2553
2. กรณีโครงการที่ได้รับอนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2552 มีการจ่ายเงินเพื่อลงทุนในทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2552 - ปี 2554 และทรัพย์สินพร้อมใช้งานในปี 2554
3. กรณีโครงการที่ได้รับอนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2554 มีการจ่ายเงินเพื่อลงทุนในทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2554 - ปี 2557 และทรัพย์สินพร้อมใช้งานในปี 2557
บริษัทฯ มีความเข้าใจว่า กรณีโครงการตาม 1 2 และ 3 บริษัทฯ สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวได้โดยไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ โดยบริษัทฯ มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่ง ประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไปนั้น ทั้ง 3 โครงการ ใช่หรือไม่
1. กรณีโครงการที่ได้รับอนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2550 มีการจ่ายเงินเพื่อลงทุนในทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2550 - ปี 2553 และทรัพย์สินพร้อมใช้งานในปี 2553
2. กรณีโครงการที่ได้รับอนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2552 มีการจ่ายเงินเพื่อลงทุนในทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2552 - ปี 2554 และทรัพย์สินพร้อมใช้งานในปี 2554
3. กรณีโครงการที่ได้รับอนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2554 มีการจ่ายเงินเพื่อลงทุนในทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2554 - ปี 2557 และทรัพย์สินพร้อมใช้งานในปี 2557
บริษัทฯ มีความเข้าใจว่า กรณีโครงการตาม 1 2 และ 3 บริษัทฯ สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวได้โดยไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ โดยบริษัทฯ มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่ง ประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไปนั้น ทั้ง 3 โครงการ ใช่หรือไม่
คำตอบ
การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่าย เพื่อการลงทุน หรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไปนั้น โดยเงินได้ที่ได้จ่ายซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลนั้น มีกำหนดระยะเวลาที่ต้องจ่ายภายในห้ารอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป ดังนั้น กรณีบริษัทฯ ขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จำนวน 3 โครงการ ตามข้อเท็จจริงข้างต้น เฉพาะโครงการตาม 1 ของบริษัทฯ ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
แต่อย่างไรก็ดี การใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็น จำนวนร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไป ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนั้น จะต้องมีเงื่อนไขของการใช้สิทธิประโยชน์ครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 156) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้น ซึ่งทรัพย์สินแต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2549 ประกอบกับคำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือ การต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินแต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2550 ด้วย
แต่อย่างไรก็ดี การใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็น จำนวนร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไป ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนั้น จะต้องมีเงื่อนไขของการใช้สิทธิประโยชน์ครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 156) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้น ซึ่งทรัพย์สินแต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2549 ประกอบกับคำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน หรือ การต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินแต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2550 ด้วย