ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรือลากจูงระหว่างประเทศ
คำถาม
บริษัทฯ จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยใช้เรือลากจูง ซึ่งประกอบด้วยเรือ 2 ส่วนคือ ส่วนที่หนึ่ง เป็นเรือที่มีเครื่องยนต์ สำหรับทำหน้าที่ลากจูง (เรือ Tug) และส่วนที่สอง เป็นเรือที่ทำหน้าที่บรรทุกสินค้า (เรือ Barge) โดยบริษัทฯ ให้บริการขนส่งถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาในประเทศไทย หลังจากนั้น จะวิ่งเรือเปล่า (ไม่มีรายได้) จากประเทศไทยไปประเทศกัมพูชา เพื่อรับขนทรายจากประเทศกัมพูชาไปประเทศสิงคโปร์ และจากประเทศสิงคโปร์จะวิ่งเรือเปล่า (ไม่มีรายได้) ไปรับสินค้าที่ประเทศอินโดนีเซียเพื่อขนถ่านหินเข้ามาประเทศไทยอีกครั้ง ในการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทฯ ถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ในประเทศไทย
1. ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้แก่นายหน้าซึ่งเป็นบริษัทไทยสำหรับการหาของลงเรือจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามายังประเทศไทย และจากประเทศกัมพูชาไปยังประเทศสิงคโปร์
2. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนของออกจากเรือที่ท่าในประเทศไทย (stevedore charge)
3. ค่าท่าที่นำเรือเข้าจอดในประเทศไทย (port charge)
4. ค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย เพื่อใช้สอยสำหรับการปฏิบัติงานของลูกเรือในระหว่างการเดินเรือตามเส้นทางข้างต้น
5. ค่าบริหารจัดการที่จ่ายให้กับบริษัทไทย เช่น ค่าจัดทำบัญชี การจัดซื้อ จัดจ้างพนักงาน การจัดการดูแลเรือ และยื่นภาษีในกรณีต่างๆ เป็นต้น
บริษัทฯ ขอหารือดังนี้
1. การประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ถือเป็นการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือไม่
2. หากบริษัทฯ ได้รับใบกำกับภาษีจากผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย สำหรับค่าใช้จ่ายข้างต้น บริษัทฯ จะสามารถนำมาขอคืนภาษีซื้อได้หรือไม่
3. ภาษีซื้อจากการซื้อเรือที่ใช้ในการประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัทฯ สามารถนำมาขอคืนภาษีซื้อได้หรือไม่
4. สำหรับภาษีซื้อจากค่าคอมมิชชั่นที่บริษัทนายหน้าในประเทศไทยเรียกเก็บ จะนำมาเป็นภาษีซื้อได้หรือไม่
คำตอบ
2. การให้บริการรับขนสินค้าจากต้นทางท่าเรือในต่างประเทศไปยังท่าเรือปลายทางในต่างประเทศ การให้บริการขนส่งดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งไม่มีสิทธินำภาษีซื้อที่เกิดจากกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามมาตรา 82/3 และ 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535
3. กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้บริษัทฯ เฉลี่ยภาษีซื้อที่ไม่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่า เป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทใด เช่น ภาษีซื้อจากการซื้อเรือ ตามหลักเกณฑ์ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อ ตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535
4. สำหรับภาษีซื้อจากค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้บริษัทไทยในการหาของลงเรือจากประเทศกัมพูชาไปยังประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น บริษัทฯ ไม่มีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายได้