ภาระภาษีตามประมวลรัษฎากร กรณีการแก้ไขชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์
คำถาม
กรณีการแก้ไขชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า ก. สังกัดกระทรวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ ด้วยการควบรวม 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองทุนฯ ตามพระราชบัญญัติกองทุน อ. ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ และสังกัดกรมโดยมาตรา 67 มาตรา 68 แ ละมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดให้โอนบรรดากิจการ เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ภาระผูกพัน และงบประมาณของทั้ง 3 หน่วยงานไปเป็นของ ก จึงจำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (อสังหาริมทรัพย์ฯ) ของทั้ง 3 หน่วยงานดังกล่าวให้เป็นของ จึงหารือว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ฯ ดังกล่าว ก. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ หรือไม่ อย่างไร
คำตอบ
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
เนื่องจาก มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ อ. มีฐานะป็นนิติบุคคลตามมาตรา 3 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. 2496 ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ ส. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และ ก. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ หน่วยงานดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด
2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
เนื่องจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ฯ ของหน่วยงานทั้ง 3 ให้แก่ ก. เป็นการดำเนินการโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 67 มาตรา 68 และมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติ โดย ก. ได้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนหรือขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ฯ ตามข้อเท็จจริงข้างต้นนั้น ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายตามมาตรา 91/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่อย่างใด
3. อากรแสตมป์
เนื่องจากการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ฯ ตามข้อเท็จจริงเป็นการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ฯ โดยผลของกฎหมาย ไม่ได้เป็นการจดทะเบียนโอนหรือก่อตั้งสิทธิใดๆเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ฯ ดังนั้น จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียอากรแสตมป์ตามลักษณะแห่งตราสาร 28(ข) แห่งประมวลรัษฎากร