ภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการจ่ายค่าตอบแทนตามสัญญาให้ความช่วยเหลือ ด้านเทคนิคและการให้สิทธิอนุญาต รายบริษัท สยามแอ็บบราซีฟอินดัสทรี จำกัด
คำถาม
บริษัทฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 27 มกราคม 2554 หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 70 แห่งประมวล รัษฎากร กรณีการจ่ายค่าตอบแทนตามสัญญาให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการให้สิทธิอนุญาตให้บริษัทต่างประเทศ โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้
1. บริษัทญี่ปุ่นซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ได้ทำสัญญาให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการอนุญาต ให้ใช้สิทธิ (Technical Assistance and License Agreement) กับบริษัทฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย
2. สัญญาดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
2.1 บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งประกอบธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เป็นเจ้าของความรู้พิเศษ ข้อมูล ประสบการณ์ สิทธิบัตร และการใช้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ประสงค์ที่จะถ่ายทอด ความรู้ ข้อมูล ประสบการณ์ สิทธิบัตร และการใช้สิทธิบัตรเพื่อการผลิต การจัดจำหน่าย และการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
2.2 บริษัทญี่ปุ่น อนุญาตให้บริษัทฯ ใช้สิทธิบัตรและข้อมูลทางเทคนิคแบบเด็ดขาด (Exclusive license) ในการผลิต ขาย และใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย และอนุญาตให้บริษัทฯ ใช้สิทธิแบบไม่เด็ดขาด (Non-exclusive license) เพื่อขายผลิตภัณฑ์ผ่านตัวแทนที่กำหนดโดยบริษัทญี่ปุ่นในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย
2.3 ในกรณีที่บริษัทฯ ร้องขอ บริษัทญี่ปุ่นอาจจัดส่งวิศวกรเพื่อให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิคแก่บริษัทฯ ครั้งละไม่เกิน 2 คน โดยระยะเวลาทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 60 วัน สำหรับปีแรกของสัญญา และหากบริษัทฯ ร้องขอ บริษัทญี่ปุ่น จะจัดการอบรมให้ ณ โรงงานของบริษัทญี่ปุ่น
2.4 บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าสิทธิให้แก่บริษัทญี่ปุ่น ดังนี้
(1) ค่าสิทธิดำเนินงาน (Running royalty) ในอัตราร้อยละ 7 ของราคาขายสุทธิของผลิตภัณฑ์ตรา ABC ที่บริษัทฯ จัดจำหน่ายได้
2) ค่าสิทธิดำเนินงาน ในอัตราร้อยละ 3 ของราคาขายสุทธิของผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ตรา ABC ที่บริษัทฯ จัดจำหน่ายได้
2.5 ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ บริษัทฯ ต้องใช้ข้อมูลใดๆ ที่เปิดเผยโดยบริษัทญี่ปุ่นตามสัญญานี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิต การจัดจำหน่าย และการใช้ผลิตภัณฑ์เท่านั้น ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับและภายหลังจากสัญญานี้สิ้นผล บริษัทฯ ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลที่สามโดยมิได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัทญี่ปุ่น
2.6 ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ บริษัทญี่ปุ่นให้สิทธิบริษัทฯ ในการใช้เครื่องหมายการค้าของ บริษัทญี่ปุ่นแบบไม่เด็ดขาดและไม่อาจโอนสิทธิได้ โดยไม่คิดค่าสิทธิ เพื่อวัตถุประสงค์ในการขายและการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เท่านั้น
3. บริษัทฯ ได้หารือว่า เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนตามสัญญาดังกล่าวให้กับบริษัทญี่ปุ่น บริษัทฯ จะมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่
1. บริษัทญี่ปุ่นซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ได้ทำสัญญาให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการอนุญาต ให้ใช้สิทธิ (Technical Assistance and License Agreement) กับบริษัทฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย
2. สัญญาดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
2.1 บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งประกอบธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เป็นเจ้าของความรู้พิเศษ ข้อมูล ประสบการณ์ สิทธิบัตร และการใช้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ประสงค์ที่จะถ่ายทอด ความรู้ ข้อมูล ประสบการณ์ สิทธิบัตร และการใช้สิทธิบัตรเพื่อการผลิต การจัดจำหน่าย และการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
2.2 บริษัทญี่ปุ่น อนุญาตให้บริษัทฯ ใช้สิทธิบัตรและข้อมูลทางเทคนิคแบบเด็ดขาด (Exclusive license) ในการผลิต ขาย และใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย และอนุญาตให้บริษัทฯ ใช้สิทธิแบบไม่เด็ดขาด (Non-exclusive license) เพื่อขายผลิตภัณฑ์ผ่านตัวแทนที่กำหนดโดยบริษัทญี่ปุ่นในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย
2.3 ในกรณีที่บริษัทฯ ร้องขอ บริษัทญี่ปุ่นอาจจัดส่งวิศวกรเพื่อให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิคแก่บริษัทฯ ครั้งละไม่เกิน 2 คน โดยระยะเวลาทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 60 วัน สำหรับปีแรกของสัญญา และหากบริษัทฯ ร้องขอ บริษัทญี่ปุ่น จะจัดการอบรมให้ ณ โรงงานของบริษัทญี่ปุ่น
2.4 บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าสิทธิให้แก่บริษัทญี่ปุ่น ดังนี้
(1) ค่าสิทธิดำเนินงาน (Running royalty) ในอัตราร้อยละ 7 ของราคาขายสุทธิของผลิตภัณฑ์ตรา ABC ที่บริษัทฯ จัดจำหน่ายได้
2) ค่าสิทธิดำเนินงาน ในอัตราร้อยละ 3 ของราคาขายสุทธิของผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ตรา ABC ที่บริษัทฯ จัดจำหน่ายได้
2.5 ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ บริษัทฯ ต้องใช้ข้อมูลใดๆ ที่เปิดเผยโดยบริษัทญี่ปุ่นตามสัญญานี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิต การจัดจำหน่าย และการใช้ผลิตภัณฑ์เท่านั้น ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับและภายหลังจากสัญญานี้สิ้นผล บริษัทฯ ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลที่สามโดยมิได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัทญี่ปุ่น
2.6 ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ บริษัทญี่ปุ่นให้สิทธิบริษัทฯ ในการใช้เครื่องหมายการค้าของ บริษัทญี่ปุ่นแบบไม่เด็ดขาดและไม่อาจโอนสิทธิได้ โดยไม่คิดค่าสิทธิ เพื่อวัตถุประสงค์ในการขายและการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เท่านั้น
3. บริษัทฯ ได้หารือว่า เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนตามสัญญาดังกล่าวให้กับบริษัทญี่ปุ่น บริษัทฯ จะมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่
คำตอบ
เนื่องจากค่าตอบแทนที่เกิดจากการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใดๆ หรือเพื่อข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นค่าสิทธิตามข้อ 12 วรรคสาม ของอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (อนุสัญญาฯ) และโดยที่การจัดส่งวิศวกรเข้ามา ในประเทศไทยเพื่อให้คำปรึกษาทางเทคนิคตามที่บริษัทฯ ร้องขอ ยังไม่ถือว่าบริษัทญี่ปุ่นประกอบกิจการในประเทศไทย ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 และนำส่งตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 แห่งอนุสัญญาฯ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505