ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการในประเทศไทย และได้ใช้บริการในต่างประเทศ
คำถาม
บริษัท ก. ให้บริการซักล้างทำความสะอาดผ้ารองจาน จาน ผ้าเช็ดปาก ผ้าห่ม ให้กับสายการบินระหว่าง ประเทศเป็นการให้บริการที่กระทำต่อทรัพย์สินเพื่อนำทรัพย์สินนั้นไปใช้ในกิจการของผู้ว่าจ้างการให้บริการซัก ทำความสะอาดผ้าดังกล่าว ถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักรอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1(10) และมาตรา 77/2 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรการให้บริการดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการ ที่กระทำในราชอาณาจักรและมีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบ กับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข กรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 แต่อย่างใด บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7.0
จึงขอหารือดังนี้
บริษัทฯ ได้ขอให้กรมสรรพากรพิจารณาทบทวนอีกครั้งโดยชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ดังนี้
1. บริษัทฯ ทำสัญญาให้บริการซักล้างกับสายการบินต่างประเทศ โดยทำสัญญากับสำนักงานใหญ่ของ บริษัทการบินต่างประเทศ
2. การให้บริการซักล้างของบริษัทฯ ไม่ใช่เพียงการทำความสะอาดแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีการปรับสภาพ ของผ้าตามประเภทของผ้า
3. สินค้าที่ผ่านกระบวนการให้บริการของบริษัทฯ แล้ว จะต้องมีการปิดผนึกตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของ กรมศุลกากร ก่อนส่งมอบผลงานนั้นให้สายการบินลูกค้า ซึ่งเป็นสายการบินต่างประเทศทั้งสิ้น
4. หลังจากที่บริษัทฯ ได้ส่งมอบสินค้าที่ผ่านการให้บริการของบริษัทฯ แล้ว การนำบริการไปใช้เกิดจากการจัด สรรของสายการบินต่างประเทศทั้งสิ้น