Thai Tax Law THAI TAX LAW

กรมที่เราต้องรู้จักเวลาเปิดบริษัท

2021-04-12

กรมที่เกี่ยวข้องเวลาเปิดบริษัท

เริ่มจากหน่วยงานใหญ่คือกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งในประเทศไทยมีรวมกันทั้งหมดตอนนี้ 20 กระทรวงแบ่งกันบริหารประเทศคนละด้าน และถัดจากกระทรวงละเอียดลงมาก็เป็นกรม ซึ่งมือใหม่ที่จะจดทะเบียนบริษัทจะต้องเจอ เรียกได้ว่าเปิดบริษัทปุ๊ปก็จะต้องยื่นเอกสารกับหนึ่งในสามกรมนี้อย่างแน่นอน และจะมีกรมไหนบ้างวันนี้ Thai Tax Law จะมาสรุปให้ฟัง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

ไม่ว่าคุณจะจดทะเบียนบริษัท จองชื่อบริษัท ซื้อหุ้น ขายหุ้น เปลี่ยนกรรมการบริษัท เปลี่ยนเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น เพิ่มทุนจดทะเบียน ลดทุนจดทะเบียน ขอเครื่องหมายรับรองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาติดเว็บไซต์เวลาขายของออนไลน์ และรายการอื่น ๆ อีกมากมายนั้นผู้ประกอบการต้องทำการติดต่อกรมนี้ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรมแรกที่เรียกได้ว่าเจอหน้ากันตั้งแต่เปิดบริษัท เพราะการจะขอจดทะเบียนบริษัทนั้นต้องติดต่อกับกรมนี้ ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลสามารถติดต่อได้ 7 แห่งแบ่งตามเขตพื้นที่ดูแลคือ

  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 1 (ปิ่นเกล้า)
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 2 (พหลโยธิน)
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 3 (รัชดาภิเษก)
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 4 (สี่พระยา)
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 5 (ศรีนครินทร์)
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 6 (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา)
  • ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง อาคารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (จ.นนทบุรี)

ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีบริการออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถทำการลงทะเบียน DBD e-Registration ซึ่งถือว่าสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมากที่รับยื่นแบบกระดาษเท่านั้น

การลงทะเบียนสมัคร DBD e-Registration จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการส่งเรื่องที่ต้องติดต่อกับการกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือขอหนังสือรับรองบริษัทได้เร็วกว่า และประหยัดเวลามากกว่าเพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และยังสามารถทำเรื่องทิ้งเอาไว้ได้แม้ไม่ใช่เวลาทำการราชการ โดยสามารถสแกนชำระค่าธรรมเนียมและรอผลการอนุมัติผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เลย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบและอนุมัติให้ในเวลาทำการแต่ผู้ประกอบการสามารถทำเรื่องทิ้งไว้ในระบบก่อนในเวลาที่ผู้ประกอบการสะดวก

 

กรมสรรพากร (RD)

กรมสรรพากรนั้นอยู่ในสังกัดกระทรวงการคลัง เป็นกรมที่ทุกคนคุ้นเคยรู้จักกันมาตั้งแต่ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีเงินได้ส่วนบุคคลที่ต้องแจ้งชำระทุกปีหากมีรายได้ และเมื่อเปิดบริษัทแล้วเราจะได้กระชับมิตรกับกรมนี้ยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากที่เปิดบริษัทแล้วไม่ว่าบริษัทจะจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ผู้ประกอบการก็ต้องส่งสรุปภาษีทุกเดือน

ผู้ประกอบการที่ต้องศึกษาว่าธุรกิจที่ทำอยู่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้ตัวไหนบ้าง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องคือ “จ่ายให้ใคร?” บริษัทจ่ายให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และ “เป็นรายได้ประเภทไหน?” ประเภทของรายได้มี 8 ประเภทหรือ 40(1) – 40(8) ซึ่งจะทำให้เราทราบได้ว่าบริษัทเราต้องใช้แบบอะไรยื่นในแต่ละเดือน เช่น ภ.ง.ด.1 สำหรับเงินเดือนพนักงานและเงินเดือนกรรมการบริษัท, ภ.ง.ด.3 สำหรับการแจ้งภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา อย่างเวลาจ้างคนนอกมาทำงานให้บริษัทชั่วคราว, ภ.ง.ด.53 สำหรับแจ้งภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกิดจากการทำธุรกรรมระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน, ภ.ง.ด.54 แจ้งในเดือนที่บริษัทมีการใช้บริการกับนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย, ภ.พ.36 สำหรับจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเวลาซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทต่างประเทศ , ภ.พ.30 เวลาส่งเอกสารสรุปภาษีซื้อภาษีขาย ฯลฯ

นอกจากภาษีรายเดือนแล้วยังมีเรื่องของการตัดสินใจว่าบริษัทจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่? (จด VAT) เพราะการเปิดบริษัทหากรายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือไม่ได้เป็นธุรกิจบังคับจด VAT อย่างธุรกิจก่อสร้างโรงงานหรือธุรกิจติดตั้งเครื่องจักร กฎหมายก็ไม่ได้บังคับให้บริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ผู้ประกอบการหลายท่านก็เลือกที่จะจดเข้ามาอยู่ในระบบ VAT โดยสมัครใจเพื่อใช้ประโยชน์จากการขอภาษีซื้อคืนในภายหลังกับกรมสรรพากร

เป็นอีกกรมหนึ่งที่สามารถลงทะเบียนเพื่อขอ Username & Password สำหรับส่งภาษีออนไลน์ ซึ่งหลายบริษัทก็เลือกที่จะใช้บริการนี้ควบคู่ไปกับบริการ ODD (Online Direct Debit) ของธนาคารเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม โดยยื่นออนไลน์และกดรวมรายการเพื่อชำระภาษีครั้งเดียวภายในกำหนดของแต่ละเดือน แต่หากต้องทำการยื่นแบบเพิ่มเติมขณะนี้ยังไม่สามารถยื่นออนไลน์ได้ ผู้ประกอบการสามารถติดต่อสรรพากรพื้นที่ที่ดูแลเขตที่สำนักงานตั้งอยู่ซึ่งมีมากกว่า 30 สาขาทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล

 

สำนักงานประกันสังคม (SSO)

สำนักงานประกันสังคมหรือ สปส.อยู่ในสังกัดกระทรวงแรงงาน ถ้าตอนเปิดบริษัทใหม่ ๆ อาจจะยังไม่ได้มีเหตุให้ติดต่อกรมนี้ แต่ถ้าเริ่มมีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปเมื่อไรก็ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมทันที

ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะช่วยเหลือพนักงานให้ได้รับสิทธิการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน 7 เรื่องด้วยกัน คือ กรณีพนักงานประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, ตาย, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ และ ว่างงาน ซึ่งทั้งบริษัทและลูกจ้างจะต้องหักเงินส่วนหนึ่งส่งสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนและกองทุนทดแทนทุกปี

ผู้ประกอบการจะได้ทำการติดต่อกับสำนักงานประกันสังคมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับลูกจ้างหรือสถานประกอบการไม่ว่าจะเป็นการแจ้งพนักงานเข้าทำงาน ลาออก เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนโรงพยาบาล หรือขณะนี้ดำเนินการอยู่แต่ไม่มีพนักงานแล้ว อันนี้ก็ต้องทำการแจ้งประกับสังคม

นอกจากนี้ระหว่างที่มีพนักงานอยู่แล้วนายจ้างมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสถานประกอบการ เช่น ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ประเภทของกิจการเหล่านี้ก็ต้องทำการแจ้งสำนักงานประกันสังคมเช่นกันเพราะอาจมีผลเวลาที่คำนวณเงินสมทบกองทุนทดแทน

ปัจจุบันทางสำนักงานประกันสังคมก็มีบริการ e-Service ที่ผู้ประกอบการสามารถส่งเงินสมทบควบคู่ไปกับบริการ ODD (Online Direct Debit) ของธนาคารที่บัญชีนิติบุคคลเลือกใช้บริการอยู่ได้

และเหมือนสองหน่วยงานข้างบนที่จะแบ่งการดูแลตามเขตที่สำนักงานของบริษัทนั้นตั้งอยู่เช่นกัน

  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (พระนคร )
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (จตุจักร)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ดินแดง)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (บางรัก)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ธนบุรี)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 6 (บางแค)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 7 (บางบอน)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 (ประเวศ)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 9 (บางกะปิ)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 10 (มีนบุรี)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 11 (ยานนาวา)
  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 12 (วัฒนา)

 

ไม่มีเวลาแก้ไขเอง ต้องการหาคนช่วย ไม่รู้ว่าแก้ไปแล้วจะถูกต้องไหม?

หากคุณไม่มีเวลา หรือต้องการผู้ช่วยในการจดทะเบียนบริษัท จดภาษีมูลค่าเพิ่มและขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม กดเพื่อดูบริการของเราที่เกี่ยวข้องที่นี่

ติดต่อสอบถามข้อมูลทางระบบ CHAT ของเราทางมุมขวาได้เลย!

สนใจบริการของเรา? 

ติดต่อพูดคุยกับทีมงานได้ทางปุ่มแชทด้านขวามือ
หรือ ส่งอีเมลมาได้ที่ info@thaitaxlaw.com